ทำไมต้องเลือก Play and Learn

Play and Learn เป็นการรวมตัวกันของผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเล็กที่มีประสบการณ์ในการทำงานสายนี้มาอย่างยาวนาน โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรต่างประเทศที่เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กเล็ก จึงมั่นใจได้ว่าหลักสูตร “การเรียนรู้ด้วยการเล่น” ที่คัดสรรมาทั้งหมดนั้นจะเหมาะกับเด็กเล็กในทุกช่วงวัย และช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ที่ Play and Learn ยังจัดสภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กๆ ด้วย โดยมีทั้งสนามเด็กเล่น เครื่องเล่นต่างๆ ที่สะอาด ปลอดภัย และเพียงพอต่อจำนวนของเด็กๆ  ขณะที่ครูผู้สอนก็สามารถดูแลเด็กได้อย่างทั่วถึง ผู้ปกครองและคุณพ่อคุณแม่จึงสามารถวางใจได้ว่าลูกหลานจะได้รับการเสริมสร้างทักษะ และพัฒนาการอย่างเหมาะสมที่สุด

เล่นกับลูกอย่างไร ให้มีพัฒนาการที่สมวัย

  การเล่นเป็นงานของเด็ก  นอกจากจะได้รับความสนุกสนานแล้ว การเล่นที่เหมาะสมยังกระตุ้นพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดีด้วย

สร้างความคุ้นเคยภาษาอังกฤษกับลูกด้วยการอ่านหนังสือภาพให้ฟัง

คุณพ่อคุณแม่ทุกคนรู้ดีว่าความรู้ในภาษาอังกฤษสำคัญมากสำหรับโลกทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นหลายคนจึงต้องการสร้างความคุ้นเคยภาษาอังกฤษให้กับลูกตั้งแต่เล็ก เพื่อว่าลูกจะเรียนรู้ได้เร็ว ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติ

อยากเก่ง Grammar 5 วิธีนี้ช่วยได้

การเรียน Grammar เป็นยาขมสำหรับคนเรียนภาษาอังกฤษหลายคน เพราะค่อนข้างจะมีความซับซ้อนในการนำมาใช้พอสมควร ผู้เรียนจึงต้องอาศัยทั้งการท่องจำเพื่อไม่ให้ลืมรูปแบบ โครงสร้างต่าง ๆ

เปิดโลกจินตนาการ พัฒนาทักษะลูกด้วยการอ่าน

รู้หรือไม่ว่าการอ่านสามารถทำให้เด็ก ๆ เข้าไปสู่โลกแห่งจินตนาการได้ตั้งแต่ยังเล็ก เพราะการใช้หนังสือภาพเสริมพัฒนาการ ช่วยกระตุ้นและพัฒนาเซลล์สมองของลูกได้ จากการใช้ประสาทสัมผัสทางตา

PLAY AND LEARN ENGLISH

Play and Learn เห็นความสำคัญในเรื่องพัฒนาการของเด็กเล็ก ซึ่งเป็นวัยที่กำลังสนุกสนานกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว เว็บไซต์ของเราจึงมีหลักสูตรต่างๆ ที่เหมาะสมกับช่วงวัยของพวกเขา  และตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่ที่ต้องการส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ของลูกๆ โดยเฉพาะ

  • ทำความรู้จักธรรมชาติของเด็ก

ธรรมชาติของเด็กๆ จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นผ่านการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ซึ่งในช่วงแรกเกิด – อายุ 6 ปี สมองของเด็กๆ จะเติบโตและพัฒนาเร็วที่สุด การเรียนรู้ในช่วงอายุดังกล่าวจึงส่งผลอย่างยิ่งต่อคุณภาพของเด็กก่อนจะก้าวเข้าสู่การเรียนในห้องเรียน จึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ในการสรรหาวิธีการเสริมสร้างพัฒนาการของลูกๆ ในช่วง 6 ปีแรก เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการของเซลล์สมอง รวมถึงความฉลาดในด้านต่างๆ ให้กับลูก

  • 6 ปีแรกแห่งการพัฒนาสมองในเด็ก

สมองเป็นอวัยวะที่มีความสัมพันธ์ต่อความฉลาดทางสติปัญญา (ไอคิว) และความฉลาดทางอารมณ์ (อีคิว) ซึ่งเด็กจะมีพัฒนาการทางสมองมากที่สุดในช่วง 6 ปีแรกของชีวิต จึงนับเป็นช่วงสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรเร่งกระตุ้นสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาของเด็กๆ ให้มีการพัฒนามากที่สุด

โดยสมองซีกซ้ายจะทำหน้าที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา การเขียน การอ่าน การพูด และควบคุมการทำงานของร่ายกายทางซีกขวา ซึ่งในการวัดไอคิวของเด็กส่วนมากจะวัดจากสมองซีกซ้าย ขณะที่สมองซีกขวาจะทำหน้าที่เกี่ยวกับความเข้าใจในการเห็นภาพสามมิติ ความรู้สึกที่มีต่องานศิลปะ ความสุนทรียะด้านดนตรี เสียงเพลง การใช้จินตนาการ รสนิยม และควบคุมการทำงานของร่างกายซีกซ้าย

ทั้งนี้ สมองซีกขวาจะพัฒนาก่อนสมองซีกซ้าย เด็กที่อยู่ในวัยทารกจนถึงวัย 2 ขวบ จึงสามารถพัฒนาสมองซีกขวาได้ดี เพราะพร้อมเปิดรับการเรียนรู้อยู่แล้ว จึงเป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาสมองของลูก ส่วนสมองซีกซ้ายจะเริ่มมีความสำคัญกับเด็กตั้งแต่อายุ 3 ขวบขึ้นไป เพราะการเรียนรู้ด้วยสมองซีกซ้ายนั้น เด็กจะต้องใช้สมาธิและความพยายามมากกว่าซีกขวา เนื่องจากใช้กระบวนการคิดที่มากกว่านั่นเอง

  • เรียนรู้ด้วย “การเล่น” ช่วยพัฒนาศักยภาพ

การพัฒนาสมองและศักยภาพของเด็กในช่วง 6 ปีแรก จำเป็นต้องหาสิ่งที่สามารถดึงดูดความสนใจของพวกเขาให้ได้ เพราะยังไม่ใช่วัยที่พร้อมจะเรียนรู้ในห้องเรียน ซึ่งสิ่งที่จะทำให้พวกเขาสนใจได้ก็คือการเล่นนั่นเอง

การเล่น คือกระบวนการเรียนรู้แบบหนึ่งที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็กเล็กได้เป็นอย่างดี  อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ทำให้พวกเขาได้เพลิดเพลิน และสนุกสนานด้วย เพราะไม่รู้สึกว่าถูกบังคับแต่อย่างใด ซึ่งการเล่นผ่านสื่อกิจกรรมต่างๆ ของเด็ก จะช่วยหล่อหลอมให้พวกเขาได้เรียนรู้ และฝึกแก้ไขปัญหาตั้งแต่ยังเล็กๆ

โดยหลักสูตรที่จัดโดย Play and Learn จะช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ผ่านสื่อการสอนที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อกระตุ้นพัฒนาการของเด็กๆ ให้พวกเขาได้ฝึกฝนทักษะต่างๆ ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์  ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงประสาทสัมผัสทั้ง 5 อันได้แก่ การมองเห็น, ได้ยิน, ได้กลิ่น, รัับรส และการสัมผัสด้วย